การเรียกใช้งาน ภาษา script ทั่วๆ ไปจะต้องระบุตัวแปลภาษาใว้ที่ต้นบรรทัด
เพื่อให้ระบบปฏิบัติการแปลคำสั่งและส่งต่อให้กับโปรแกรมที่เป็นตัวแปลภาษาได้ถูกต้อง
ซึ่ง php ก็เช่นกัน แต่ php ยังมีความสามารถที่จะเรียกใช้งานได้โดยไม่ต้องระบุในลักษณะนี้
ซึ่งระบบที่ใช้จะต้องติดตั้งตัวแปลภาษาของ PHPแบบ module เพื่อทำงานร่วมกับโปรแกรม
webserver (ดูรายละเอียดการติดตั้งแบบ module ได้จาก http://www.php.net
) แต่ในที่นี้เราจะกล่าวถึงการใช้งานในรูปแบบทั่วๆ ไปของภาษา script เท่านั้น
เพื่อไม่ให้เสียเวลา เรามาดูโปรแกรมแรกกันเลยดีกว่าครับ
| ตัวอย่างที่
1 |
#!/usr/local/bin/php
#
#Script number 1
<?php echo("This
is PHP Script"); #Test Script
?>
|
เมื่อทำการ code โปรแกรมตามตัวอย่างที่ 1 หลังจากรันโปรแกรม จะได้ผลการรันดังต่อไปนี้
| ผลการรันตัวอย่างที่
1 |
X-Powered-By:
PHP/3.0.16
Content-type: text/html
#
#Script number 1
This is PHP Script
|
บรรทัดแรก โปรแกรภาษา script ทุกๆ ภาษาจะต้องเริ่มต้นด้วยคำสั่งนี้หรือคล้ายๆ
แบบนี้ (คล้ายๆหรืออาจจะเหมือน แล้วแต่ Server)
#!/usr/local/bin/php
บรรทัดนี้จะเป็นการกำหนดตัวแปรภาษาที่จะมาทำการแปลคำสั่งต่างๆ ที่อยู่ภายใน
script โปรแกรมที่เราเขียน เพื่อให้ระบบสามารถที่จะทำการแปรคำสั่งได้อย่างถูกต้อง
ว่าภาษาที่เราเขียนขึ้นนั้น เป็นภาษาใด และใช้ตัวแปลภาษาตัวใดในการประมวลผลคำสั่ง
เราจำเป็นที่จะต้อง ระบุบบรรทัดนี้ทุกๆ ครั้งที่สร้าง หรือเขียน script
โปรแกรมขึ้นมาเพื่อนใช้งาน ในตัวอย่างนี้ ตัวแปลภาษาที่เรียกใช้งานคือ
file ชื่อ "php" อยู่ใน directory ชื่อ "/usr/local/bin"
ซึ่งในการเรียกใช้งานตัวอแลภาษา script แต่ละตัว แต่ละ server อาจจะเหมือน
หรือไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับผู้ดูและระบบว่าจะติดตั้งตัวแปลภาษานั้นๆ
ใว้ที่ใด
คำสั่ง (Statement)
จากผลการรันของตัวอย่างที่ 1 จะเห็นว่า ข้อความบรรทัดแรกและบรรทัดที่สอง
เป็นข้อความที่ไม่มีอยู่ใน script โปรแกรมที่เราเขียน (แล้วมันมาจากใหน??)
X-Powered-By: PHP/3.0.16
Content-type: text/html
อย่าแปลกใจครับ ตรงส่วนนี้ตัวแปลภาษาของ PHP เป็นตัวจัดการให้เรา ซึ่งหากคุณเคยเขียนภาษา
script อื่นๆ เพื่อทำงานในลักษณะของ CGI บน WWW จะทราบดีว่า ข้อความ "Content-type:"
จะเป็น header เริ่มต้นของข้อมูลชนิดต่างๆ (ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้จากเนื้อหาเรื่อง
CGI) และในที่นี้ข้อมูลที่ส่งจะเป็นข้อมูลในรูปแบบของ text หรือ html นั้นเอง
ส่วนบรรทัดแรก ตัวแปลภาษา PHP เพียงแต่แจ้งตัวเลข version ของตัวมันเองเท่านั้น
(ซึ่งในที่นี้คือ version 3.0.16)
ในส่วนของบรรทัดที่ขึ้นต้นด้วยเครื่องหมาย "#" (ยกเว้นบรรทัดแรก)
จะเห็นว่ามีการพิมพ์ข้อความออกมาเป็นผลของการทำงานของ script โปรแกรมด้วย
ทั้งนี้เนื่องจาก ตัวแปลภาษา PHP จะทำการแปรภาษาหรือคำสั่งที่อยู่ภายในเครื่องหมาย
"<?php" จนถึง "?>" เท่านั้น ดังนั้นข้อความหรือคำสั่งใดๆ
ที่อยู่ภายนอกเครื่องหมายนี้ จะถูกตีความเป็นข้อความธรรมดา และส่งออกเป็นผลลัพทันที
#
#Script number 1
This is PHP Script
ดังนั้นคำสั่งในโปรแกรมตัวอย่างที่ 1 นี้จึงมีเพียงคำสั่งเดียว คือ echo
ซึ่งจะทำหน้าที่พิมพ์ข้อความที่อยู่ภายในเครื่องหมายคำพูด " "
ออกมาเป็นผลลัพ นั้นคือ ข้อความ "This is PHP Script" คำสั่งในภาษา
PHP ทุกๆ คำสั่งจะต้องจบด้วยเครื่องหมาย ; (semicolon) เพื่อบอกให้ตัวแปลภาษารับรู้และสามารถที่จะแยกคำสั่งต่างๆ
ออกจากกันได้ (ในส่วนนี้จะเหมือนกับภาษา C และ Prel)
คำอธิบายโปรแกรม (Comment)
จากตัวอย่างที่ 1 จะเห็นว่าข้อความ #Test Script ซึ่งอยู่ต่อจากคำสั่ง
echo ได้หายไปจากผลการรันโปรแกม เนื่องจาก ตัวแปรภาษา PHP จะถือว่าข้อความที่ถูกพิมพ์ใว้หลังเครื่องหมาย
"#" ไปจนถึงสิ้นสุดบรรทัด และอยู่ภายในเครื่องหมาย "<?php"
ถึง "?>" เป็นคำอธิบายโปรแกรม และจากที่กล่าวมาตั้งแต่ต้นแล้วว่า
PHP ได้นำรูปแบบคำสั่งการเขียนโปรแกรม (syntex)
ของภาษาหลายๆ ภาษามาใว้ในตัวมัน ซึ่ง comment ก็เช่นกัน PHP สามารถที่จะใช้การ
comment ได้หลายรูปแบบด้วยกันคือ
# This is shell-style style comment
//
This is C style comment
/* This is a multi line comment
yet another line of comment (C++ style) */
/* Block style comment //
// Block style comment */